<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-7679278972666398099</id><updated>2011-04-21T12:12:35.202-07:00</updated><title type='text'>orangepunce</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://orangepunce.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7679278972666398099/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://orangepunce.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>NuSomMuay</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01516069799950149870</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_cKmlE1-YwXI/R4GjwdMxKWI/AAAAAAAAAAU/bYeRKViN0NA/S220/nusom.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>1</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7679278972666398099.post-3733751474642956963</id><published>2008-01-06T20:02:00.000-08:00</published><updated>2008-01-06T20:25:53.674-08:00</updated><title type='text'>“ดิจิตอลทีเคปาร์ค” ความรู้มีชีวิต บน อินเทอร์เน็ตเพื่อเยาวชนไทย</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:85%;color:#993399;"&gt;หลังจากที่ อุทยานการเรียนรู้ ทีเค ปาร์ค (TK Park) ย้ายมาตั้งในที่ทำการใหม่ที่ชั้น 8 โซนดี ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ดพลาซ่าแล้ว ย่อมต้องมีผู้ที่อยากเข้ามาค้นคว้าหาความรู้ และต้องการเข้ามาสัมผัสบรรยากาศห้องสมุดที่มีชีวิต จากที่แห่งนี่ในแต่ละวันมากมาย แต่เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้มีแค่กรุงเทพฯ ยังมีเด็กและเยาวชนในต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ไม่มีโอกาสได้เข้ามาหาความรู้จากทีเค ปาร์ค จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องขยายช่องทางเข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อให้สังคมไทยเป็น “สังคมแห่งการเรียนรู้”หรือ Knowledge Base Society&lt;br /&gt;ด้วยวิสัยทัศน์ และความต้องการที่จะให้คนไทยได้เข้าถึงองค์ความรู้ได้เต็มที่ ไร้ขีดจำกัด และไร้กาลเวลา อุทยานการเรียนรู้จึงได้จัดทำโครงการ “ดิจิตอล ทีเค ปาร์ค” (Digital TK Park) ขึ้น&lt;br /&gt;โดยนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) มาสร้างนวัตกรรม หรือองค์ความรู้ใหม่ๆ บนอินเทอร์เน็ต เพื่อให้เยาวชนไทยทั่วประเทศมีโอกาสเท่าเทียมกันในการเข้าถึงความรู้บนโลกไซเบอร์ผ่านเว็บไซต์หลักของทีเค ปาร์ค กลายเป็นห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Library ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย&lt;br /&gt;ดร.สิริกร มณีรินทร์ ประธานกรรมการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ เล่าถึงที่มาที่ไปของการทำดิจิตอล ทีเค ปาร์คว่า จากการเป็นห้องสมุดมีชีวิตที่มีความหลากหลาย มีความทันสมัย มีทางเลือกในการเรียนรู้ผ่านสื่อมัลติมีเดีย และกิจกรรมหลากหลายรูแบบ ทำให้การจัดตั้งทีเค ปาร์คตามภูมิภาคต่างๆ คงไม่เพียงพอกับงบประมาณ และเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ ดังนั้น จึงต้องใช้ไอทีมาเป็นส่วนหนึ่งของห้องสมุด เนื่องจากเป็นสิ่งที่ทั่วโลกทำกัน เพราะไอทีเป็นเครื่องมือส่งผ่านข้อมูลที่ไร้พรมแดน เพื่อรองรับคนที่ต้องการให้ทีเค ปาร์ค ไปตั้งในจังหวัดของตัวเอง&lt;br /&gt;ปธ.กก. ทีเค ปาร์ค เล่าต่อว่า มีหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-บุ๊ค (e-Book) จากสำนักพิมพ์ออนไลน์ Tumblebooks ทำให้คนที่อยู่ห่างไกลได้เข้ามาอ่าน เด็กจะได้เรียนรู้ภาษาไทย อังกฤษ สเปน ฝรั่งเศส และรัสเซีย จากการอ่านออกเสียง ถือเป็นสิ่งจำเป็นเพราะแม้แต่ภาษาไทยก็ยังมีคนที่อ่านได้ไม่ถูกต้อง สำหรับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-บุ๊ค (e-Book) คงไม่สามารถทดแทนหนังสือที่เป็นกระดาษได้ เพราะกระดาษเป็นวัสดุที่มาจากธรรมชาติที่ผูกกพันธ์กับมนุษย์มานาน ส่วนไอทีเป็นแค่เครื่องนำไปสู่ความรู้ที่ไม่สามารถละเลยได้ จึงต้องทำสื่อทั้ง 2 แบบมาให้แบบผสมผสานกันใน TK e-Library&lt;br /&gt;ดร.สิริกร อธิบายเสริมว่า ด้วยการอบรมประกวดอี-บุ๊คกับครูทั่วประเทศไทยกว่า 2,000 คน ที่เมื่อมาอบรมแล้วครูผู้สอนจะได้ซอฟต์แวร์ เพื่อไปสอนเด็กนักเรียนทำอี-บุ๊คส่งเข้าประกวด โดยดูผลงานในปีแรกก็มีความเข้าใจอี-บุ๊คดี แต่ขาดความรู้เรื่องลิขสิทธิ์ ส่วนค่ายเยาวชนอี-บุ๊ค ก็ได้รับความสนใจบ้าง แต่เชื่อว่าน่าจะจุดประกายการทำอี-บุ๊คได้ นอกจากนี้ในเดือน พ.ย. 2549 คาดว่าจะได้อี-บุ๊คเกี่ยวกับของดีเมืองไทยอีกไม่ต่ำกว่า 50 เรื่อง รวมทั้งหมดที่มีประมาณ 6,000 เล่ม ที่ผู้อ่านสามารถยืม-คืนหนังสืออี-บุ๊คแบบออนไลน์ รวมทั้งหนังสือภาษาอังกฤษจากสำนักพิมพ์ออนไลน์ Netlibrary ที่คัดเลือกมาแล้วอีกว่า 5,000 เล่ม&lt;br /&gt;“นอกจากคอนเทนท์ที่ทำเองแล้ว ยังมีหนังสือหายากที่ไปขอจากหอสมุดแห่งชาติ มาทำในรูปแบบดิจิตอล เรียกโครงการนี้ว่า “ขุมทรัพย์ของแผ่นดิน” ที่ได้ร่วมมือกับกรมศิลปากรช่วยให้คนไทยได้อ่าน “สมุดไทภาพริ้วกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค” หรือ “จดหมายเหตุเสด็จประพาสแหลมมาลายู” แบบออนไลน์ไม่ต้องไปที่หอสมุดแห่งชาติ อีกทั้งกำลังทำอีกหลายเรื่องเช่น ตำราท่ารำไทย บันทึกของเจ้าฟ้าวชิรุณหิศ และยังมี ออดิโอ บุ๊ค (Audio Book)ที่นำหนังสือทรงคุณค่าและร่วมสมัย ที่ส่วนหนึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ และอีกส่วนคัดเลือกจากสำนักพิมพ์ต่างๆ”ปธ.กก. ทีเค ปาร์ค&lt;br /&gt;ดร.สิริกร เล่าให้ฟังอีกว่า หนังสือที่มีจำหน่ายในประเทศไทยส่วนมาก เป็นหนังสือแปลจากต่างประเทศที่จำเป็นต้องมีการตกลงเรื่องลิขสิทธิ์ โดยทีเค ปาร์คใช้งบซื้อหนังสือจากต่างประเทศ 4 ล้านบาท ทำระบบออดิโอบุ๊คอีก 13 ล้านบาท จัดทำคอนเทนท์มัลติมีเดีย 10 ล้านบาท และซอฟต์แวร์ป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ (DRM) อีก 5 ล้านบาท รวมๆ แล้วเกือบ 35 ล้านบาทเท่ากับการตั้งทีเค ปาร์คใหม่ได้อีกแห่ง อย่างไรก็ตามแม้จะลงทุนไปมากแต่ก็ไม่เคยเรียกเก็บเงินค่าบริการ เพราะถือว่าทั้งหมดนี้เป็นการลงทุนทางปัญญาให้กับคนไทย&lt;br /&gt;ปธ.กก. ทีเค ปาร์ค อธิบายเพิ่มเติมว่า ดิจิตอล ทีเค ปาร์ค จะเป็นก้าวแรกในการทำให้คนไทยหันมาสนใจลงทุนด้านทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ใช่แค่การซื้อคอมพิวเตอร์ ดูหนังเล่นเกม โดยไม่ได้คำนึงถึงพัฒนาการของเยาวชน&lt;br /&gt;ยังต้องมีนักวิชาการที่นำนึงถึงคอนเทนท์ดีๆ มีการอัพเดทตลอดเวลา ทีเค ปาร์คจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างสรรค์ และให้กำลังใจแก่ผู้ที่อยู่ในวงการที่เกี่ยวข้อง โดยแม้จะมีความก้าวหน้าในด้านไอที ก็ไม่ทอดทิ้งภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี มรดกโลก และวิถีชีวิตไทยด้าน ดร.ศศิวิมล กิตติวรวิทย์กุล หัวหน้าฝ่ายไอทีและฝึกอบรม สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ กล่าวถึงดิจิตอล ทีเค ปาร์คว่า ทางทีมงานได้พยายามรวบรวมความรู้ทั้งหมดแปลงเป็นดิจิตอล เพื่อสร้างห้องสมุดออนไลน์ ที่สมาชิกสามารถขอยืม-คืนอี-บุ๊คได้เหมือนห้องสมุดทั่วไป ด้วยการดาวนืโหลดเข้าเครื่องพีซี โดยทีมงานจะพยายามคัดเลือกว่าหนังสืออะไรน่าอ่าน แล้วเอามาแปลงเป็นอี-บุ๊ค ที่ขณะนี้มีกว่า 100 เรื่อง เนื่องจากทีเค ปาร์คต้องการกระตุ้นให้เด็กๆ อ่านหนังสือแบบไม่น่าเบื่อ จึงใช้มัลติมีเดียวเข้ามาช่วย อาทิ การจัดทำ ออดิโอบุ๊คให้เข้าได้อ่านออกเสียง หรือสะกดภาษาอังกฤษได้ ทั้งนี้จากที่ได้ทดลองใช้งานก็พบว่าเด็กสนใจดี&lt;br /&gt;หัวหน้าฝ่ายไอทีและฝึกอบรม ทีเค ปาร์ค กล่าวต่อว่า ในโครงการดิจิตอล ทีเค ปาร์ค ประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.TK Entertainment เอากิจกรรมที่มีวิทยากรมาให้ความรู้เด่นๆ คัดมาแล้วทำเป็นวิดรโอคลิปให้ชมบนอินเทอร์เน็ต เหมาะกับผู้ที่ไม่ได้มาทีเค ปาร์คเอง 2.เป็น e-Library ตามที่กล่าวมาแล้วในตอนต้น และ 3.ชุมชนออนไลน์ โดยกำลังจะสร้างชุมชนบนโลกไซเบอร์ตามเรื่องต่างๆ แล้วเอาผู้รู้มานั่งคอยตอบคำถามจากคนในชุมชน อีกทั้งในอนาคตกำลังจะมี TK Diary ที่เหมือนเว็บบล็อก ให้สมาชิกได้แลกเปลี่ยนความรู้กันเองด้วย&lt;br /&gt;ดร.ศศิวิมล กล่าวอีกว่า ทีมงานพยายามใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด อาทิ เครื่องเซิร์ฟเวอร์ก็ไม่ซื้อใหม่แต่ใช้ของเดิมที่โอนมาจากศูนย์กลางการเรียนรู้ไอซีที โดยสิ่งที่ทีมงานอยากทำมาก คือ การทำระบบอี-เลิร์นนิงเพื่อให้เด็กที่อยู่ตามต่างจังหวัด ได้อบรมในความรู้ต่างๆ เหมือนกับเด็กในกรุงเทพฯ ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างจริงจัง ทางทีมงานอาจเริ่มจากเนื้อหาด้านศิลปวัฒนธรรมก่อน แล้วค่อยขยายต่อไปยังเนื้อหาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งนี้เราจะเป็นห้องสมุดที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เด็กๆ ได้เข้ามาหาความรู้ และเพลิดเพลินกับการอ่านให้มากที่สุด&lt;br /&gt;เชื่อว่าด้วยรูปแบบของสื่อการสอนแบบดิจิตอล และห้องสมุดออนไลน์ ที่มีทั้งเทคโนโลยี กับศิลปวัฒนธรรม และประเพณีไทย จะช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงองค์ความรู้แก่ตัวเด็ก และเยาวชน อีกทั้งยังได้เพลิดเพลินกับภาพเคลื่อนไหวและเสียงในหนังสือ อาจเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เยาวชนไทยสนใจการอ่าน และสามารถนำเอาความรู้ต่างๆ เหล่านี้ไปสร้างสรรค์ ต่อยอดทำสิ่งใหม่ๆ แก่สังคมไทย ก้าวสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรู้ เคลือบด้วยภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรมเพื่อช่วยแก้ไข และพัฒนาให้สังคมไทยดีขึ้นต่อไป...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;color:#993399;"&gt;ที่มา :&lt;br /&gt;บทความจาก : ไทยรัฐ&lt;br /&gt;วันที่ 1 กันยายน 2549&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7679278972666398099-3733751474642956963?l=orangepunce.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://orangepunce.blogspot.com/feeds/3733751474642956963/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7679278972666398099&amp;postID=3733751474642956963' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7679278972666398099/posts/default/3733751474642956963'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7679278972666398099/posts/default/3733751474642956963'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://orangepunce.blogspot.com/2008/01/blog-post.html' title='“ดิจิตอลทีเคปาร์ค” ความรู้มีชีวิต บน อินเทอร์เน็ตเพื่อเยาวชนไทย'/><author><name>NuSomMuay</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01516069799950149870</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp1.blogger.com/_cKmlE1-YwXI/R4GjwdMxKWI/AAAAAAAAAAU/bYeRKViN0NA/S220/nusom.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
